นโยบายส่วนบุคคลของบริษัทสยาม ทาคาชิมายะ

I. นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท สยาม ทาคาชิมายะ จำกัด (“บริษัท”) ในฐานะ บริษัทในเครือของ บริษัท ทาคาชิมายะ จำกัด (“บริษัทแม่”)ให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งด้วยปัจจัยทางกฎหมายเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่กำกับดูแลบริษัทแม่อยู่ ยิ่งกว่านั้นแนวทางบริหารของบริษัทแม่ ยังมีนโยบายในการกำหนดกฎเกณฑ์พื้นฐานเพื่อจำกัดตนเองให้เข้มงวดยิ่งกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนดเพื่อกำกับดูแลเรื่องดังกล่าว ประกอบกับเหตุที่ลักษณะของธุรกิจหลักของบริษัทซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้านั้นมีความจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเป็นสิ่งที่จำเป็นและขาดไม่ได้เพื่อจัดทำบริการอย่างมีคุณภาพตามหลักการบริหารของบริษัท บริษัทจึงตระหนักว่าการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากท่าน (“ข้อมูลส่วนบุคคล”) จะต้องเป็นไปอย่างถูกต้อง มีแนวทางปฏิบัติที่มีศักยภาพ และเข้มงวดตามสมควร และบริษัทยังตระหนัก ว่าการจัดเก็บข้อมูลเหล่านี้ให้ปลอดภัยเป็นหน้าที่ที่สำคัญอย่างยิ่ง จึงจะนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้โดยให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (“นโยบายส่วนบุคคล”) เบื้องต้นตามที่จะกล่าวต่อไปนี้
  • บริษัทจะระบุวัตถุประสงค์ในการนำข้อมูลส่วนตัวของท่านไปใช้อย่างชัดแจ้ง
  • บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเฉพาะเมื่อจำเป็นสำหรับการให้บริการเท่านั้น และจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านเกินขอบเขตความจำเป็น
  • บริษัทจะแจ้งวัตถุประสงค์อย่างชัดเจนและจะขอความยินยอมจากท่านก่อนเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
  • บริษัทจะนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาใช้ภายในขอบเขตวัตถุประสงค์ที่ได้รับอนุญาติจากท่านเท่านั้น
  • บริษัทจะสร้างมาตรการความปลอดภัยตามความจำเป็นและความเหมาะสม เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจทำให้ข้อมูลไม่ปลอดภัย เช่น การเข้าถึงข้อมูล การสูญหาย การทำหาย การดัดแปลงข้อมูลเพื่อผลประโยชน์ และ การรั่วไหล เป็นต้น
  • บริษัทจะกำหนดผู้รับผิดชอบในการจัดการและคุ้มครองข้อมูลส่วนตัวของท่าน พร้อมทั้งกำหนดมาตรการการจัดการข้อมูล เพื่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด นอกจากนี้ บริษัทจะทุ่มเทให้กับการอบรมให้ความรู้แก่พนักงานในบริษัทเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และการกำกับดูแลพนักงานให้มีวิธีปฏิบัติงานที่มีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่มีวิธีการปฏิบัติตามความจำเป็นและความเหมาะสม
  • ในกรณีที่ให้บริษัทคู่สัญญาหรือบุคคลอื่นมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ที่ระบุ บริษัทจะกำกับดูแลให้บริษัทคู่สัญญาหรือบุคคลดังกล่าวมีวิธีปฏิบัติงานที่มีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ
  • บริษัทจะไม่นำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปเปิดเผยต่อบุคคลที่สาม ยกเว้นในกรณีที่ได้รับความยินยอมจากท่าน หรือในกรณีที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด หรือ เพื่อรักษาความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
  • บริษัทจะพยายามดำเนินการให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน บริษัทจึงจัดตั้งศูนย์บริการลูกค้าเพื่อให้ท่านสามารถสอบถามเกี่ยวกับการขอสำเนาข้อมูล แก้ไข และขอระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้อย่างสมเหตุสมผล
  • บริษัทจะพัฒนาปรับปรุงเนื้อหาของนโยบายนี้อย่างต่อเนื่อง และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาแก้ไขนโยบายดังกล่าวให้ดียิ่งขึ้นไป

II. การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล

1.วัตถุประสงค์การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการตลาด คุณจะได้รับข้อมูลทางการตลาด เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการ เคล็ดลับและข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการใช้ชีวิต เป็นต้น และเราจะใช้ประวัติการสั่งซื้อของท่านในการกำหนดการขายและการให้บริการ เช่น การวางมัดจำจองสินค้า การประมวลผลการขาย การบริการซ่อมและแก้ไข การบริการรับสินค้า การบริการส่งสินค้า และการบริการหลังการขาย เป็นต้น

2.ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม

ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมจากท่านเพื่อใช้ในการให้บริการมีดังนี้

  • ชื่อ-นามสกุล
  • วันเดือนปีเกิด
  • เพศ
  • ที่อยู่
  • หมายเลขโทรศัพท์มือถือ
  • หมายเลขโทรสาร
  • ที่อยู่อีเมล
  • อาชีพ
  • หน้าที่การงาน
  • รายได้ต่อปี
  • ประวัติการซื้อ

3.การเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลที่สาม

บริษัทจะไม่เปิดเผยหรือมอบสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลที่สาม ยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้

(1) บริษัทได้รับความยินยอมจากท่านก่อนแล้ว

(2) บริษัทจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของท่านในส่วนที่จำเป็น แก่บริษัทคู่สัญญาที่ได้เซ็นสัญญารักษาเก็บรักษาข้อมูล ในขอบเขตวัตถุประสงค์ที่ท่านได้ให้ความยินยอมแล้ว เพื่อใช้ในการให้บริการตามความประสงค์ของท่าน (ตัวอย่างบริษัทคู่สัญญาดังกล่าวอาจเป็น บริษัทที่ได้รับว่าจ้างในการจัดส่งสินค้า บริษัทที่ได้รับว่าจ้างให้พิมพ์ฉลากสติกเกอร์ที่มีข้อมูลชื่อและที่อยู่ในการจัดส่งแค็ตตาล็อกสินค้าของท่าน หรือ ผู้ให้บริการบัตรเครดิตที่ท่านใช้ชำระเงินเมื่อซื้อสินค้าที่ห้าง เป็นต้น)

(3) บริษัทจำต้องให้ข้อมูลของท่านแก่ผู้ให้บริการบัตรเครดิตเพื่อตรวจสอบการใช้บัตรเครดิตในกรณีที่มีความสงสัยว่ามีผู้ทำธุรกรรมฉ้อโกงผ่านบัตรเครดิตของท่าน

(4) การเปิดเผยข้อมูลนั้นๆ เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด หรือเป็นไปตามคำสั่งของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

4.การเข้าถึง แก้ไข และระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์อยากขอสำเนาข้อมูลที่บริษัทมี (Request for disclosure) แก้ไข และระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (“การเข้าถึงข้อมูล ฯลฯ”) กรุณายื่นคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษรตามช่องทางที่บริษัทได้จัดไว้

III. ข้อแนะนำสำหรับท่านที่เข้าชมเว็ปไซต์หรือใช้บริการของสยาม ทาคาชิมายะ

  • คุกกี้ (Cookie)

    เมื่อท่านเข้าสู่ระบบของเว็บไซต์สยาม ทาคาชิมายะ อีกครั้ง เว็บเบราว์เซอร์จะฝากข้อมูลเรียกว่า คุกกี้ (Cookie) ที่สร้างขึ้นเพื่อระบุตัวตนจำแนกคอมพิวเตอร์ที่ท่านใช้เข้าเว็ปไซต์ และติดตั้งไว้ที่ฮาร์ดแวร์ของท่านเพื่อที่ท่านจะได้สามารถเข้าชมเว็ปไซต์ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ท่านสามารถเลือกตั้งค่าปฏิเสธการติดตั้งคุกกี้จากเว็บไซต์ของสยาม ทาคาชิมายะจากเว็บเบราว์เซอร์ที่ท่านใช้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต อย่างไรก็ดี หากท่านเลือกที่จะตั้งค่าไม่รับคุกกี้ ท่านอาจไม่สามารถเข้าชมเว็บไซต์ของสยาม ทาคาชิมายะ หรือใช้บริการของสยาม ทาคาชิมายะได้อย่างเต็มที่

  • ไฟล์ประเภท Log

    เว็บไซต์ของสยาม ทาคาชิมายะบันทึกจัดเก็บการเข้าชมของท่านไว้ในรูปแบบของไฟล์ประเภท log เพื่อใช้ในการพัฒนาปรับปรุงเว็บไซต์ในภายหน้า ใช้ศึกษาวิธีแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และการประมวลผลและวิเคราะห์ผลทางสถิติ เป็นต้น

  • การปฏิเสธความรับผิดชอบ

    บริษัทถือว่าเว็บไซต์บุคคลที่สามที่มีการเชื่อมโยงไปจากเว็บไซต์ของสยาม ทาคาชิมายะอยู่นอกเหนือขอบเขตของนโยบายส่วนบุคคลนี้ และการบังคับใช้นโยบายส่วนบุคคลจะต้องเป็นไปตามที่จัดทำโดยเว็บไซต์นั้น บริษัทจขอปฏิเสธความรับผิดชอบในกรณีที่เกิดความเสียหายจากการเชื่อมโยงไปสู่เว็บไซต์เหล่านี้

  • SSL (Secure Socket Layer)

    บริษัทใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสข้อมูล SSL (Secure Socket Layer) ในยามที่ท่านเข้าใช้บริการของเว็บไซต์ในการสมัครสมาชิก หรือ ตอบแบบสอบถาม เป็นต้น เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลที่สามสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของท่านได้